การทำอัลเทอร่ามีทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างไร

Ulthera หรือ Ultherapy® เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์พลังงานสูง MFU-V โดยไม่ต้องผ่าตัด จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) อย่างไรก็ตามอัลเทอร่าให้พลังงานที่มีจุดโฟกัสกว้างกว่า ทำให้ผลการรักษาดีกว่า HIFU ทั่วไป

ข้อดีของการทำอัลเทอร่า

  • ช่วยลดความหย่อนคล้อย ลดริ้วรอย และช่วยให้ผิวเรียบเนียน โดยการส่งคลื่นอัลตราซาวด์ไปที่ผิวหนังชั้น SMAS ส่งผลให้คอลลาเจนและเซลล์บางส่วนถูกทำลายแล้วหดตัว กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่
  • ช่วยยกกระชับผิวได้ดีกว่า HIFU ทั่วไป โดยคลื่นอัลตราซาวด์ของอัลเทอร่าให้จุดโฟกัสขนาด 1 มิลลิเมตร ในขณะที่ HIFU ทั่วไป มีจุดโฟกัสอยู่ที่ 3-0.5 มิลลิเมตร
  • สามารถรักษาได้อย่างแม่นยำ เพราะเครื่อง Ultherapy มีหน้าจอที่สามารถแสดงภาพใต้ชั้นผิวหนังขณะที่แพทย์ทำการรักษาได้แบบเรียลไทม์ (Realtime)
  • เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ โดยผลลัพธ์จะค่อยๆ เห็นชัดขึ้นอีกจนกระทั่งคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างโดยสมบูรณ์ ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ผลลัพธ์ที่ได้ของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลรักษาหลังการทำอัลเทอร่า
  • ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น แต่งหน้า หรือทาครีมกันแดด แต่ควรหลีกเลี่ยงการโดดแดดนานๆ

ข้อเสียของการทำอัลเทอร่า

  • ราคาค่าบริการค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับการทำ HIFU โดยราคาเริ่มต้นที่ 20,000-80,000 บาท
  • มีความรู้สึกเจ็บระหว่างทำการรักษา อาจรู้สึกเหมือนมีหนามเล็กๆ แทงลงบนผิว หรือรู้สึกอุ่นๆ ใต้ผิวหนังได้บ้าง แต่แพทย์จะใช้ยาชาก่อนลงมือรักษา ซึ่งพอจะช่วยบรรเทาอาการได้
  • หลังทำอัลเทอร่า อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น บวม แดง ชา ช้ำ รู้สึกอุ่น หรือเสียวแปลบบริเวณใบหน้า แต่สามารถหายได้เอง ภายในระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์

Comments are closed.